Lost Lander

จิตวิญญาณทางดนตรีที่ส่งต่อระหว่างรุ่นสู่รุ่น

The Band

The Band

ผมได้รู้จักวงดนตรียอดฝีมือในอดีตอย่าง The Band ก็จากแผ่น dvd The Last Waltz (The Band) เมื่อนานมากแล้ว ก็ซื้อกลับบ้านมาโดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แค่เห็นว่าหน้าปกมีแขกรับเชิญเยอะดี ก็เลยว่าจะลองฟังดู แต่พอได้เปิดดูเข้าจริง ๆ แล้ว รู้สึกได้เลยว่า เป็นวงดนตรียอดฝีมือ และน่าจะเป็นที่โด่งดังในสมัยนั้นมาก ๆ เพราะในคอนเสิร์ตนี้ จะมีศิลปินรับเชิญดัง ๆ ในยุคนั้นอย่าง Eric Clapton, Neil Young, Bob Dylan ซึ่งทั้งคอนเสิร์ตนี้ จะมีศิลปินรับเชิญดัง ๆ สลับหมุนเวียนกันขึ้นเวทีอย่างไม่ขาดสาย แนวเพลงที่ได้ฟังก็หลากหลายเอาเสียมาก ๆ มีเพลงที่รู้สึกว่าไพเราะตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรกเลยอยู่หลายเพลง

The Band ประกอบด้วยสมาชิกที่มีฝีมือในด้านดนตรีจัดจ้านทุกชิ้น ทั้งกีตาร์ เบส กลอง โดยเริ่มจากการเป็นวงแบ็คอัพให้กับ Bob Dylan ซึ่งในภายหลังก็ได้ออกมารวมวงกัน โดยใช้ชื่อ The Band นั่นเอง โดยสมาชิกแต่ละคน นอกจากจะมีความสามารถในด้านดนตรีแล้ว ก็มีความสามารถในการแต่งเพลง โดยเฉพาะ Levon Helm ที่ภายหลังจากแยกวงแล้ว ก็ทำงานเบื้องหลัง แต่งเพลงเพราะ ๆ ให้กับศิลปินรุ่นใหม่อยู่เสมอ

สมาชิกที่ผมรู้สึกชื่นชอบเป็นพิเศษ ก็คงจะขอยกให้กับ Rick Danko (มือเบส) ซึ่งด้วยฝีมือในการเล่นเบส การเดินเบสที่สามารถช่วยให้วงดูแน่นขึ้น และยังสามารถแยกประสาทสัมผัสได้ดีเอาเสียมากๆ เดินเบสไปด้วย ร้องไปด้วย เรียกว่า ถ้าคุณหลับตาฟัง ก็อาจจะไม่คิดว่า เจ้าคนที่เล่นเบสเนี่ย กำลังร้องเพลงนี้ไปด้วย

5 เพลงที่อยากแนะนำให้ลองฟัง

1. It makes no difference

เพลงที่ชื่นชอบในคอนเสิร์ตนี้ ก็มีอยู่มากมายหลายเพลง ที่ชอบเป็นพิเศษ และเป็นเพลงที่ทำให้ติดตามวง The Band สำหรับผมขอยกให้เพลง It makes no difference ที่ร้องโดย Rick Danko มีรูปแบบในการแต่งเพลงเหมือนบทประพันธ์ ที่บรรยายถึงความเศร้า ผิดหวังกับความรัก เสียงร้องที่เข้าถึงเพลงได้แบบไม่มีที่ติ ประกอบกับเสียงกัดปิ๊กกีตาร์ยามโซโล่ระหว่างเพลงแล้ว จึงทำให้กล้าพูดได้เลยว่า แม้คนที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก ก็รู้ได้เลยว่า เพลงนี้มันเศร้าโคตรๆ อย่างแน่นอน

2. The Weight

เพลงนี้ ปกติแล้วจะร้องโดย Levon Helm แต่ในแผ่นดีวีดี Last Waltz นี้ จะ feat กับ the staples singers ซึ่งทำให้เพลงดูมีสเน่ห์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่ชอบเพลงคันทรีโฟล์ค น่าจะถูกใจกับเพลงนี้กันนะครับ

3. เพลงจบ (ไม่ทราบชื่อเพลง 555 )

เหมือนกับเป็น theme song ของคอนเสิร์ตนี้เลย เป็นเพลงบรรเลง ที่มีกลิ่นของอคูสติค ผสมโฟล์คซอง ความรู้สึกเมื่อฟังเพลงพร้อมกับเห็นหน้าคนเล่น แล้วรู้สึกว่า มีความหรูหราแบบบ้านนอกมากๆ 555 นี่ก็เป็นอีกเพลงที่มีทำนองติดหู จนเหมือนกับเคยฟังที่ไหนมาก่อน เป็นเพลงที่ไม่น่าพลาดอีก 1 เพลงครับ

4. Evangeline – feat: Emmylou Harris

Evangeline เป็นอีกหนึ่งในเพลงที่โด่งดังของ The Band โดยในแผ่นคอนเสิร์ตนี้ เป็นการร้องร่วมกันกับ Emmylou Harris นักร้องสาว (ในสมัยนั้น) ที่มีน้ำเสียงที่หวานและละมุนหู สไตล์น้ำเสียงที่เข้ากับเพลงโฟล์คคันทรี่ได้เป็นอย่างดี ในคลิปนี้ ชอบท่าในการสีไวโอลินของริคเป็นพิเศษ เรียกว่าแหกทุกกฎของการเล่นดนตรีกันเลยทีเดียว 555

5. The Night They Drove Old Dixie Down

เพลงที่เคยขึ้นสู่อันดับ 3 ของ Top 100 บิลบอร์ดอเมริกา และติด Top 10 ในอีกหลาย ๆ สถานี เพลงนี้เขียนโดย Robbie Robertson (นักกีตาร์) โดยมีเนื้อหาเปรียบเปรยเกี่ยวกับยุคสมัยของสงคราม ด้วยจังหวะที่เป็นคันทรี่ร็อค ผสมกับเสียงที่ดุดันของ Levon Helm ก็เลยดังติดหูคนในยุคนั้นได้อย่างรวดเร็ว